นายกฯ ลงพื้นที่จ.หนองบัวลำภู ย้ำดูแลประชาชนทั้งประเทศ ไม่เลือกพื้นที่ ขอสัญญาผู้นำท้องถิ่นให้ช่วยกันเปลี่ยนแปลงประเทศ อย่าให้การเมืองทำแตกแยก ห่วงปัญหาอุบัติเหตุ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมคณะเดินทางจากกรุงเทพมหานครลงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู โดยจุดแรกที่ตรวจเยี่ยมได้เดินทางไปที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักอินทรีย์ โพธิ์ศรีสำราญ ตำบลหัวนา อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีประชาชนที่มารอต้อนรับผูกผ้าขาวม้าให้นายกรัฐมนตรีและคณะ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเอง

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเป็นประธานสักขีพยานมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ตามนโยบายของรัฐบาลให้แก่ผู้แทนประชาชน โดยมีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาเห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่มีความสุขของประชาชน แม้จะเป็นจังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุดของประเทศ ซึ่งรัฐบาลดูแลประชาชนทุกคน แต่ในจังหวัด หรือพื้นที่ที่มีรายได้น้อยต้องให้ความสำคัญมาก เช่นเดียวกับจังหวัดหนองบัวลำภูที่มีรายได้ต่ำสุดของประเทศ เฉลี่ย 41,000 บาท ต่อคนต่อปี รัฐบาลจะเร่งดูแลให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เช่น การลงพื้นที่วันนี้จะให้หนองบัวลำภูโมเดลเกิดขึ้น แต่ทุกคนต้องช่วยกันค้นหาศักยภาพของพื้นที่ เพื่อจะนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ และสร้างความเข้มแข็ง ขณะที่เกษตรกรต้องทำการเกษตรแบบผสมผสาน เพราะการเกษตรแบบเชิงเดี่ยวอาจทำให้เกิดปัญหาระยะยาว ส่วนภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การทอผ้า ต้องคิดให้ทันสมัย เพื่อส่งออกให้ชาวต่างชาติและต้องนำนวัตกรรมมาปรับใช้ และนำตลาดมาเป็นตัวตั้งเพื่อผลิตให้ตรงตามความต้องการ รวมถึงทุกคนต้องใช้เทคโนโลยีกันอย่างสร้างสรรค์และสร้างประโยชน์ให้กับตนเอง

“สิ่งสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาทุกอย่างได้คือประชาชนมีหลักคิดที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องของประชาธิปไตย ซึ่งต้องเป็นประชาธิปไตยที่ดูแลคนในประเทศอย่างทั่วถึง ไม่ใช่แบบที่ผ่านมาที่พื้นที่ของรัฐบาลจะได้รับการดูแลมาก ขณะที่พื้นที่ฝ่ายค้านอาจได้รับการดูแลน้อยกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น จึงอยากให้มีรัฐบาลที่ทำงานเหมือนรัฐบาลนี้ ที่ลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ประชาชนทุกพื้นที่ แก้ปัญหาทุกอย่างให้เหมาะสม” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการให้ทุกพื้นที่มีน้ำให้ประชาชนใช้ โดยจะดำเนินการให้ครบทั่วประเทศในปี 2562 ส่วนการบริหารจัดการน้ำเพื่อกานเกษตร มีแผนและงบประมาณจะสร้างแก้มลิงในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีปัญหา รวมทั้งจะให้กระทรวงพลังงานสำรวจพื้นที่ เพื่อติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

ส่วนการแก้ไขปัญหาการทุจริต นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่รู้และบางกลุ่มสมยอมกัน จึงอยากให้ทุกคนระวังเรื่องการทุจริต โดยเฉพาะโครงการต่าง ๆ หากใครมีความเดือดร้อนให้มาร้องเรียนได้ทุกเรื่องที่ศูนย์ดำรงธรรม และหากมีข้อมูลหลักฐานชัดเจนจะได้แก้ปัญหาได้เร็ว ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลแก้ปัญหาไปได้แล้วกว่าร้อยละ 90 ส่วนเรื่องที่ดินทำกิน ต้องทำให้ถูกกฎหมาย แต่ไม่สามารถมอบให้คนใดคนหนึ่งได้ ต้องมอบให้เป็นที่ดินทำกินให้กับชุมชน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ว่า ไม่ใช่โครงการหาเสียง แต่เป็นการนำงบประมาณลงในพื้นที่ต่าง ๆ ให้แต่ละหมู่บ้านนำไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ ขณะที่การทำสัญญาประชาคมต่าง ๆ ต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งเหมือนกับการเป็นรัฐบาลที่ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ แต่ต้องฟังฝ่ายค้านด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีหวย 30 ล้านบาท ว่า ไม่อยากให้ประชาชนให้ความสนใจมาก เพราะทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย และขออย่าเล่นหวยกันมากจนเกินไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด 64 ปีวานนี้(21 มี.ค.) อยากได้ความร่วมมือร่วมใจจากประชาชน อยากให้ทุกคนรักใคร่สามัคคีกัน อย่าให้มีความขัดแย้งหรือชุมนุมประท้วงเหมือนที่ผ่านมา เพราะการประท้วงจะไม่ทำให้เกิดประโยชน์

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีรถบัสประสบอุบัติเหตุที่วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา วานนี้(21 มี.ค.) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ว่า ในการเดินทางแต่ละครั้งหรือในช่วงเทศกาล ต้องตรวจดูสภาพความพร้อมของรถและคนขับรถด้วย ถ้าพบคนขับรถมีอาการมึนเมา ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เปลี่ยนคนขับรถ เพราะทุกคนอยากจะเดินทางกลับบ้าน และในปีนี้รัฐบาลจะไม่ดูสถิติการเสียชีวิตเฉพาะในช่วงเทศกาล แต่จะดูยอดตัวเลขตลอดทั้งปีแล้วนำมาประเมินผล

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้ขอสัญญากับผู้นำชุมชนในพื้นที่ว่าจะไม่ทิ้งกัน จะช่วยกันเปลี่ยนแปลงประเทศและในอนาคตช่วยให้มีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ขอการเมืองอย่ามาทำให้แตกแยก โดยขอให้สัญญาต่อหน้าฟ้าดิน

จากนั้น นายกรัฐมนตรีประกอบพิธีเปิดป้ายศูนย์การเรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านโพธิ์ศรีสำราญ พร้อมเปิดระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ และมอบเครื่องขุดเจาะน้ำบาดาลให้ชุมชน 2 เครื่อง และเยี่ยมชมนิทรรศการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ พลังงานทดแทน ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรและแปลงปลูกผักอินทรีย์.-สำนักข่าวไทย